หนังชีวิต ดูแล้วจะสร้างแรงบัดดาลใจ

หนังชีวิต นั้นคืออะไร ถ้าจะให้พูดนั้น คงจะต้องบอกว่า เป็นหนังที่ดูแล้วจะสร้างแรงบัดดาลใจ ให้กับคนที่ดูที่ชมได้ ทำให้คนดูนั้น เข้าใจความหมาย ของชีวิตได้มากขึ้นครับ

หนังชีวิต เพราะชีวิตของคนเรานั้น มันคงไม่เรียบเสมอไป คงต้องเจอกับอุปสรรค ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร กว่าจะประสบความสำเร็จ คงจะช้ำมาไม่น้อย เพราะฉะนั้น หนังประเภทนี้ คงจะเป็นกำลังใจให้คุณได้ เป็นแนวทาง ในการดำเนินชีวิตต่อไปครับ อย่างหนังที่จะมาแนะนำในวันนี้ คงจะสร้างแรงบัดดาลใจ ให้ใครหลายคนไม่น้อย กับเรื่อง The secret life of Walter Mitty หรือชื่อไทยว่า ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้

หนังเรื่องนี้นั้น เป็นหนังของทางอเมริกา หนังเป็นแนว ตลก ดราม่า ผจญภัย บวกโรแมนติก ฮ่าฮ่า ไม่ต้องตกใจครับ นี่คือทั้งหมดของหนังจริง ๆ ซึ่งมี เบน สติลเลอร์ กำกับ ร่วมอำนวยการสร้าง และยังแสดงนำเองอีกด้วยครับ และมี กอร์ เวอร์บินสกี เป็น executive procuder ให้ครับ

กับหนังที่ชื่อย้าวยาว เอาจริง ๆ ตอนแรกยังจำชื่อเรื่องแทบไม่ได้เลยครับ แต่ก็เลือกดู เพราะความที่โปสเตอร์ของหนังนั้น ดูเหมือนกับแนวว่าจะดราม่า แต่ก็ยังแฝงความว่า เหมือนหนังตลก ด้วยความสนใจก็เลยเลือกดู ดูบอล

ดูบอล

โดยเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ จะกล่าวถึง นายวอลเตอร์ มิตตี้ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่แสนจะช่างฝันมาก ๆ ตัวเขานั้นทำงานให้ นิตยสาร Life โดยเป็นคนลำดับภาพนิ่ง ซึ่งบอกก่อนว่า นิตยสารนี้นั้นจะเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว รวมไปถึง ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตครับ

ซึ่งมิตตี้นั้น มักจะใช้วิธีในการพักจากงาน โดยการที่เขานั้น หลุดไปในโลกจินตนาการ ที่แสนจะตื่นเต้น อย่างการเป็นผู้กล้า การมีความรักที่ให้น่าหลงใหล การได้ชัยชนะ จากการเจอกับขวากหนามต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงนั้น ตัวเขาก็ธรรมดา ๆ ทั่วไปมาก

เงินก็ใช่ว่าจะมี ทักาะที่พอมี ก็คงเป็นการเล่นสเก็ตบอร์ด ตัวมิตตี้นั้น ได้แอบหลงรัก เชอริล เมลฮอฟ พนักงานที่ย้ายมาใหม่ ซึ่งมิตตี้นั้นพบเจอกันใน โซเชียลเน็ตเวิร์ค จนตัวเขาเก็บไปฝัน ว่าจะเจอและพูดคุยกัน จนมาวันหนึ่ง เขาก็มีจังหวะได้เจอกับเชอริล และได้คุยกัน

จนกะทั่งรู้ ว่าได้เลิกลากับ สามีของเธอไปแล้ว มิตตี้ก็เพียงแค่หวัง ว่าตัวสาวเจ้าจะสนใจ ในตัวของมิตตี้บ้าง จนวันหนึ่ง มีการเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับบริษัท เมื่อมีผู้บริหารคนใหม่ ได้เข้ามา แล้วกระทำการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทั้งปวงให้ใหม่

แปลงเป็นออนไลน์ ทำให้จำต้อง ปลดบุคลากรออก และก็จะเผยแพร่แมกกาซีน เป็นกระดาษ ในฉบับสุดท้าย มิตตี้ได้รับพัสดุภัณฑ์ของ ฌอน โอคอนเนล ช่างภาพที่แจ๋วที่สุด ของบริษัท ในระหว่างที่โลกนั้นเดินไป ฌอนยังคงถ่ายรูปด้วย กล้องถ่ายรูปฟิล์ม

แล้วก็ยังเป็นภาพขาวดำด้วย ฌอนส่งกระเป๋าเงิน ที่มีคำขวัญ ของวารสารมาให้เขา รวมทั้งฟิล์มถ่ายรูปขาวดำ เพื่อให้มิตตี้ เอารุปไปใช้เป็น ปกฉบับในที่สุด แม้กระนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือ ฟิล์มถ่ายรูป ในรูปที่ 25 ที่ฌอนส่งโทรเลขหา

ย้ำแล้วว่าเขาปรารถนา ที่จะให้ใช้รูปนี้ เขากลับทำมันหาย หายังไงก็ไม่พบ ทีนี้ล่ะที่เรียกว่า งานเข้าของจริง ทำให้มิตตี้นั้น ต้องออกไปตามหาฌอน แต่ด้วยความที่ฌอนนั้น ไม่พกโทรศัพท์มือถือ เดินทางบ่อย อยู่ไม่เป็นที่ นี่หล่ะปัญหาครับ

ในการตามหาฌอน มิตตี้เลยใช้ รูปถ่ายก่อนหน้า เพื่อที่จะใช้เป็นเบาะแส ในการตาม ซึ่งตัวเขานั้นได้ความช่วยเหลือ จากเชอริล ทำให้มิตตี้ต้องออกตามล่า หาม้อนฟิมล์ และยังได้ค้นหาชีวิต ความหมายของมันอีกด้วยครับ และเรื่องราวแห่งความสนุก ก็เริ่มมาในตอนนี้

หนังชีวิต ต้องขอบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้บอกเรื่องราวชีวิต ที่แฝงไปด้วยความตลก แถมภาพในเรื่องนั้น สวยงามมาก ๆ ครับ

เป็นการถ่ายแบบ 2.35:1 มันจะทำให้ ภาพกว้าง และก็ฉายที่ จอกว้างขึ้นนั่นเองครับ คือในหนังเราจะได้ดู ภูเขาที่กว้างยาว และเห็นภูเขาที่สูงทั้งหมด ทะเลหรือภูเขาไฟ เรียกได้ว่า เห็นทั้งหมด เพลงประกอบหนัง ค่อนข้างจะดีอย่างยิ่งจริง ๆ และไม่ใช่เพียงแค่ เพราะว่าเพียงแค่นั้น หลายเพลงนั้น เป็นเพลงที่ สื่อความหมายได้ดี ช่วยเสริมกับหนังมากมาย

เพลงที่เด่นสุดเลย คือเพลง Space Oddity ที่เป็นของ David Bowie แม้ว่าจะนานแล้ว แม้กระนั้นนับว่าเป็นเพลงอมตะ รวมทั้งมาได้ ถูกจังหวะมากมาย จนถึงดูแล้วขนลุก เพลงตอนสุดท้ายก็ดีเลย ฟังเพลิดเพลิน ๆ ไม่ยินยอม ที่จะลุกออกมาจากที่นั่ง ตอนที่ดูอยู่เลยครับ

เบนในเรื่องนี้ บางครั้งอาจจะ มีมุกขำขัน น้อยกว่าเรื่องอื่น แต่จัดว่าเล่นได้ สุดยอดทีเดียว แม้ว่าจะมิได้ดราม่าหนัก ๆ แม้กระนั้นพวกเรานั้น ก็จะยังมองเห็นถึง แววตาที่ขมักเขม้น แล้วก็ช่างจินตนาการได้ ดาราหนังคนอื่น ๆ ก็เล่นได้มีชีวิตชีวาดี นางเอกก็แสนจะดูน่ารัก

หนังคาวบอยตะวันตก

การตัดต่อ ของหนังเรื่องนี้นั้น กระชับได้ดี ถึงแม้หนังบางทีนั้น อาจจะมิได้มีจุดที่พีคมาก ๆ ที่มันจะเข้มข้นจัด แต่ว่าหนังก็มิได้น่ารำคาญ จนกระทั่งต้อง ออกอาการหลับ มันดำเนินไปอย่างเรียบนะ แต่ว่าก็เพ้อคลั่ง ในบางตอนของเรื่อง หนังคาวบอยตะวันตก

ราวกับว่า ชีวิตมนุษย์ที่มิได้มี แม้แต่เรื่องจำเจซ้ำซาก ถึงแม้ว่าผมนั้นจะ ทายหนังฉากถัดไปออกได้ แม้กระนั้นสิ่งพวกนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ มันจะทำให้เกิดจุด ที่พวกเราจะเข้าไปประเด็นหลัก คือความหมายของ การมีชีวิตและการใช้ชีวิต

ได้มากยิ่งขึ้น นั่นเองครับ ฉากหนึ่งในหนัง ที่ตัวมิตตี้ไปพบกับ ฌอนที่เทือกเขาหิมาลัย เป็นฉากหนึ่งที่ผมชอบมาก ซึ่งมิตตี้ถามว่า ฟิล์มนั้นอยู่ที่ไหน ฌอนก็ตอบว่า ฟิล์มอยู่ในกระเป๋าสตางค์ที่ให้ไปไง มิตตี้เลยตะโกนขึ้นมาว่า จะบ้าเหรอ!

เพราะตัวมิตตี้ ได้ทิ้งกระเป๋าไปแล้วครับ เหมือนโชคชะตาเล่นตลก มิตตี้เลยถามกลับว่า ฟิล์มที่ให้นั้น คือรูปของอะไร ? ฌอนไม่ตอบแต่กลับเรียกมิตตี้ มาดูสิ่ง ๆ หนึ่งในเลนส์กล้อง มันก็คือรูปของ เสือดาวหิมะ มันคือเสือหายาก แต่ถึงจับภาพได้

แต่ฌอนนั้น แม้จะดูอยู่นาน แต่ก็ไม่กดที่ชัตเตอร์กล้อง ฌอนถามมิตตี้ว่า มันงดงามใช่ไหม มิตตี้ได้แต่พยักหน้า ฌอนเลยพูดขึ้นมาว่า “ เนื่องจากความงามที่จริง ๆ น่ะมันไม่เรียกร้องความพึงพอใจ ” จากตรงนี้ครับ มันทำให้ผมคิดได้เลยว่า หนังชีวิต

สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในธรรมชาตินั้น มีความสวยสดงดงามอย่างที่มันควรงดงาม และก็เป็นในอย่างที่มันควรจะเป็น มันไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเป็นในสิ่งที่ผู้อื่นนั้น ต้องการมองเห็นด้วย นี่หล่ะครับคือหนังชีวิต หนังที่ให้ข้อคิด และแรงบัดดาลใจดี ๆ ในการดำเนินชีวิตครับ ใครต้องการกำลังใจจากหนัง ก็ลองหาดูกันครับ